นักระนาด

NUGRANAD

Home
Nugranad Family
Ranad
Play the Ranad
Family Tree
Contact Us
Photos
Links
Update
The Overture
 
 
ประวัติของต้นสกุลนักระนาด
 
นายทรัพย์ มีชีวิตอยู่ในช่วงกลางสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และเกิดมาในตระกูลที่มีความสามารถในเชิงปี่พาทย์ดนตรีไทยเป็นอย่างยิ่ง นายทรัพย์เป็นพี่ชายคนโต มีความสามารถพิเศษในการเล่นระนาดเอก และมีน้องชายอีกสองคนที่เล่นดนตรีประจำวงอยู่ด้วยกัน ในวงปี่พาทย์หลวงในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
หน้าที่สำคัญของวงปี่พาทย์หลวงในขณะนั้น ก็คือการเล่นดนตรีประกอบการแสดง โขน ซึ่งต่อมานายทรัพย์และน้องชายทั้งสองคน ได้รับพระราชทานนามสกุลจากรัชกาลที่ ๖ ดังนี้
 
๑. นักระนาด
๒. พาทยาชีวะ (๑)
๓. พาทยโกศล (๒)
 
ต่อมานายทรัพย์ นักระนาด ได้ตัดสินใจหนีออกมาจากวัง โดยได้พาภรรยาและลูกๆ พร้อมครอบครัวเดินทางโดยเรือ จากกรุงเทพผ่านไปทางนนทบุรี ต่อไปจนถึงบ้านไทรโรงโขน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร และในที่สุดก็ได้ตั้งรกรากอยู่ ณ บ้านท่าโรงฝั่งตะวันตก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก แต่นางวอน ลูกสาวคนสุดท้องของนายทรัพย์ ซึ่งได้แต่งงานแล้วกับขุนวิเทศภูมาธร ได้ตัดสินใจอยู่กับสามีผู้ซึ่งรับราชการอยู่ในวัง ขณะนั้น ตระกูลนักระนาดจึงได้อาศัยและเติบโตอยู่ในจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่นั้นมา
 
อย่างไรก็ตาม ลูกหลานของนายทรัพย์ได้เพียงแต่ทำมาหากิน มิได้เจริญรอยตามต้นตระกูล ในเรื่องของการเล่นระนาดเอกแต่ประการใด และระนาดเอกประจำตระกูลที่มีมาแต่ดั้งเดิมนั้น ก็ได้มอบให้เป็นสมบัติของวัดท่าโรงฝั่งตะวันตก (๓)
 
นายชัยวัฒน์ นักระนาด เป็นทายาทของสกุล "นักระนาด" ชั้นที่ ๔ และนับว่าเป็นนักระนาด ผู้ซึ่งมีอายุสูงสุดในปัจจุบันที่ยังมีชีวิตอยู่ นายชัยวัฒน์ นักระนาด ครบรอบอายุ ๘๐ ปี เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๐
 
นายชัยวัฒน์ นักระนาด ได้แต่งงานกับนางบุญล้อม (สกุลเดิม พัดชุมพร) ลูกสาวหมื่นชุมวรพัฒน์ (พลอย พัดชุมพร) ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแสงดาว ตำบลปากโทก อำเภอเมือง
จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ และมีธิดาจำนวน ๓ คน
 
๑. นางสาวจินตนา นักระนาด
๒. ดร. นิตยา นักระนาด มิลน์
๓. ดร. จารุณี นักระนาด-มาร์ซิลลี
 
เมื่อครั้งเยาว์วัย เด็กหญิงจารุณี นักระนาด ได้เลือกเรียนดนตรีไทย และเล่นระนาดเอก ประจำวงดนตรีไทยของโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก เด็กหญิงจารุณี
นักระนาด หรือปัจจุบัน ดร. จารุณี นักระนาด-มาร์ซิลลี เป็นทายาทของตระกูลนักระนาด เพียงคนเดียว ที่ได้เรียนรู้และสามารถเล่นระนาดเอกขั้นพื้นฐานได้
 

 

 

 

 

 

 

 

 

History of NUGRANAD Family
 
Sub and his two younger brothers lived during the reign of King Rama V & VI of Thailand and they were part of the Royal Thai Classical music band.  For their specific roles as royal musicians, the three brothers were given three different surnames by H.M. King Rama VI:
 
1. NUGRANAD (nak-ra-nad)
2. BA^DYA^JIVA (pat-ta-ya-chi-wa)
3. BA^DYA^KOSOL (pat-ta-ya-go-son)

However, years later Sub chose to leave the palace to live a more common life style.  He and his family traveled by boat from Bangkok to Nonthaburi, then Ban Sai Rong Khon in Tapanhin District, Pichit, and finally settled down in the Phitsanulok Province.  One of his daughters was married to Khun Witedpumatorn, a royal officer, and remained in the palace.  Since then most Nugranad Family members were born and raised in Phitsanulok.
 
Sub's children (who were at the time already grown-up) and grandchildren, however, had to live and work hard further away from his talent in the Ranad and Thai classical music.  Sub's Ranad was donated to the temple in the village where his grandchildren were raised.
 
One of his great-grandsons is Mr. Chaiwat Nugranad, who is the 4th generation and currently the oldest Nugranad alive.  He reached his 80th birthday on June 5th, 2007.

Chaiwat was married to Boonlom (Patchumporn) In 1953.  Boonlom was a daughter of Muen Chumworapat (Ploy Patchumporn) who was the Chief of the Sang Dao Village, Pakthok sub-district of Amphoe Muang, Phitsanulok Province.  Chaiwat and Boonlom have 3 daughters:
 
2. Dr. Nittaya Nugranad Milne
 
At a young age, Jarunee Nugranad chose to learn Thai classical music and decided to play the "Ranad" in the school band at the Chalerm Kwan Satree School, in Phitsanulok Province.  Surprisingly, Dr. Jarunee Nugranad-Marzilli is the only Nugranad decendent who learned and knows how to play the Ranad.
 

 
 
 
 
Above: Jarunee Nugranad was playing the Ranad in 1975.
 
 
Left: Jarunee, 14, with the Ranad.
 
  
Below Left: Dr. Jarunee Nugranad-Marzilli at the Nawamintararachutis Ok-Pansa function, October 16, 2005.
 
 
Below Right: At The Overture opening night of Belmont World Film Festival, March 19, 2006.
 
 
 

หมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา "พระราชบัญญัติขนานนามสกุล" เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ แต่ได้เลื่อนเวลาบังคับใช้ออกไปอีก ๒ คราว เป็นวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๗ และบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘
 
(๑) หมื่นตันตริกิจปรีชา (นาค พาทยาชีวะ) หรือพันเด็กชาเอกนาค ประจำกรมพิณพาทย์หลวง ได้รับพระราชทานนามสกุล "พาทยาชีวะ" เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๖๒
 
(๒) หลวงกัลยาณมิตราวาส (ทับ พาทยโกศล) เจ้ากรมวัดกัลยาณมิตร (บิดา) และ จางวางทั่ว พาทยโกศล (บุตร) ได้รับพระราชทานนามสกุล "พาทยโกศล" เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๐
 
(๓) ข้อมูลได้จากคำบอกเล่าของนายเพี้ยน นักระนาด (ลูกชายนายทรัพย์ นักระนาด) และขุนวิเทศภูมาธร (ลูกเขยนายทรัพย์) ที่มีต่อนายชัยวัฒน์ นักระนาด ผู้เป็นหลานชายตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย เพื่อให้ใช้เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อไปของสกุล "นักระนาด" และ ดร.จารุณี นักระนาด-มาร์ซิลลี ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
 
จางวางทั่ว พาทยโกศล  
 
 
หมายเหตุเพิ่มเติม ๑. (โดยนายปรีชา นักระนาด)
 
หลวงพ่อกัสสปมุนี (นามเดิม ประยุทธ์ วรวุธี อาภรณ์ศิริ) บิดาของท่านคือพระพาหิรรัชฏพิบูลย์ (ประวัติ) และปู่คือพระยาภูษามาลา ผู้ซึ่งรับใช้ในกองพระภูษามาลา มาแต่รัชกาลที่ ๔ ได้บอกเล่าต่อนายปรีชา นักระนาดในเดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ ว่า "นักระนาด" นั้นเป็นสายตระกูลเดียวกันกับจางวางทั่ว (พาทยโกศล) และจางวางดิษฐ์ บ้านเดิมอยู่แถววรจักร บ้านหม้อ วัดตึก.....
 
 
หมายเหตุเพิ่มเติม ๒. นายเผือด นักระนาด
 
นายเผือด นักระนาด เป็นบรมครูที่มีชื่อเสียงจากกรมศิลปากรในด้านการเล่นระนาดเอก และเป็นต้นตระกูลของ "นักระนาด" อีกสายหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างไกล
 
นางมาลี นักระนาด บุตรสาวคนที่สองของนายเผือด นักระนาด ได้บอกเล่า (จากการสนทนาทางโทรศัพท์กับ ดร. จารุณี นักระนาด เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๔๗) ว่า นายเผือด นักระนาด เป็นบุตรของนายเมฆและนางปุย ผู้เป็นพ่อครูแม่ครูโนราห์แห่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีพี่น้องรวมทั้งสิ้น ๕ คน คือ นายพิม นางพร้อม นายเผือด นางผิว และนางผ่อง
 
กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ได้รับนายเผือดมาจากเบตง ซึ่งต่อมาได้เรียกขานนาม ว่า "นายเผือด ณ บางช้าง" และนายเผือด นั้นได้เข้าเป็นศิษย์เอกในการเล่นระนาดที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง - แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม) ซึ่งในปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ นายเผือดได้รับพระราชทานนามสกุลเป็น "นักระนาด" และนายพิม (พี่ชาย) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงประดิษฐไพเราะด้วยเช่นกัน ก็ได้ขอร่วมใช้นามสกุล "นักระนาด" ร่วมกับน้องชาย
 
นายเผือด นักระนาด แต่งงานกับนางถวิล (ผู้มีธิดากับสามีคนแรก ชื่อ ศรีสกุล สูงวิเชียร) นายเผือด และนางถวิล มีบุตรธิดาด้วยกัน รวม ๔ คน ได้แก่ (๑) นางบุปผา วิจิตรเลขการ (๒) นางมาลี นักระนาด (๓) นางปรียา นักระนาด และ (๔) นาย
วิศิษฐ์ นักระนาด นางบุปผามีบุตรคือนายสหรัฐและมีธิดาคือนางสาวรังสิยา ส่วนนางมาลีมีบุตรชายหนึ่งคนชื่อนายพร้อมสรรพ และนายวิศิษฐ์มีธิดาและบุตรอย่างละหนึ่งคน อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งที่นายเผือด นักระนาด นั้น มิได้ยอมให้บุตรธิดาคนใด ได้ดำเนินรอยตามบิดาผู้ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถในเชิงการเล่นระนาดเลย
 
ส่วน นายพิม นักระนาด ผู้เป็นพี่ชาย ได้แต่งงานกับภรรยาคนแรกแต่ไม่มีบุตรด้วยกัน และต่อมาได้แต่งงานกับภรรยาคนที่สองซึ่งมีลูกติดมาแล้วหนึ่งคนชื่อนายประภา (ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลนักระนาด) นายประภานั้น มีบุตรธิดารวมทั้งสิ้น ๕ คน ได้แก่ (๑) นายสมพร นักระนาด (๒) นางปรารถนา นักระนาด (๓) นางสาวปราณี นักระนาด (๔) นางปราศัย นักระนาด และ (๕) นางสาวปติตา นักระนาด
 
อย่างไรก็ดี ตามบันทึกประวัติของนายเผือด นักระนาด โดย พูนพิศ อมาตยกุล กล่าวว่า "นายเผือด นักระนาด เป็นนักระนาดเอกฝีมือดีมากคนหนึ่งของกรมศิลปากร บิดา ชื่อ เมฆ มารดา ชื่อ ปุย เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๕ ที่ตำบลบางกะพ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต้นตระกูลเป็นนักดนตรีสืบเชื้อสายกันมาหลายสมัย และเกี่ยวเนื่องเป็นญาติกับครูสุข นักดนตรีแห่งอัมพวาด้วย บิดานั้นชำนาญดนตรีปี่พาทย์ โขนละครมาก ส่วนมารดานั้นเป็นตัวละครที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เรียนหนังสือสอบได้ชั้นประถมปีที่ ๓ จากโรงเรียนวัดแจ้ง จังหวัดสงขลา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๖ แล้วเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพ ฯ จนจบประถมปีที่ ๔ เรียนดนตรีกับบิดา และช่วยงานอยู่ในวงจนโตเป็นหนุ่ม บิดาจึงนำมาฝากเป็นศิษย์ของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้ฝึกหัดระนาดจนชำนาญมีฝีมือดีมากจนถึงท่านครูหลวงประดิษฐ์ยกย่องว่า เป็นศิษย์มือระนาดแนวหน้าคนหนึ่งของท่าน ได้เคยแสดงฝีมือระนาดเอกในงานประชันดนตรีที่วังลดาวัลย์ในวันประสูติครบสี่รอบของสมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพรกรมหลวงลพบุรีราเมศร์ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๗๓ เป็นที่ เลื่องลือกันมากในครั้งนั้นว่าเป็นคนดีมีฝีมือ ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.๒๔๗๕ แล้ว ก็ยังประจำอยู่วงดนตรีของหลวงประดิษฐ์ไพเราะเรื่อยมา จนถึง พ.ศ.๒๔๘๕ จึงได้ไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนโน้ตที่หมวดดุริยางค์ทหารเรือ จนถึง พ.ศ.๒๔๙๑ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) จึงได้ชักชวนให้มารับราชการในกรมศิลปากร ก็ได้เป็นนักระนาดเอกประจำกรมในตำแหน่งศิลปินจัตวามาตั้งแต่อายุได้ ๓๕ ปีเศษ นายเผือดได้ทำหน้าที่บรรเลงเพลงประกอบการแสดง โขน ละคร มาตั้งแต่ครั้งโรงละครศิลปากรยังอยู่ชิดรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ก่อนไฟไหม้) ได้ชื่อว่าตีระนาดมโหรีไพเราะ ส่วนฝีมือในทางปี่พาทย์ไม้แข็งก็มีชื่อว่าตีระนาดไหว เรียบ และทางเพลงดี หากเข้าคู่กับครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ แล้ว จะเป็นที่ยอมรับนับถือว่า เพลงจะต้องไพเราะอย่างแน่นอน นายเผือดแต่งงาน มีภรรยาชื่อ ถวิล บ้านอยู่ใกล้วัดชนะสงคราม ผลงานของท่านเท่าที่ค้นพบ มีเป็นเทปบันทึกเสียงเพลงแขกมอญ เถา และแขกมอญบางขุนพรหม เถา ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ ขับร้อง โดยครูเผือดเป็นผู้ตีระนาด ส่วนฝีมือเดี่ยวต่าง ๆ นั้น ยังค้นไม่พบว่า ยังมีหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ นายเผือดถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๕ อายุได้ ๕๐ ปี"
 
นางบุปผา วิจิตรเลขการ ได้เล่าว่า เด็กหญิงบุปผา นักระนาด ธิดาคนแรก ผู้เป็นบุตรสาวสุดที่รักของคุณพ่อเผือด นักระนาด (พร้อมกับพี่สาวต่างบิดา ชื่อ ศรีสกุล สูงวิเชียร) ได้ถูกส่งไปอาศัยอยู่ในวังกรมขุนสิริพัฒน์สังกาศ (วังเสาชิงช้า) กับ มจ. ทองบรรณาการ ทองแถม และ มรว. หญิงศรีถนอม ศรีธวัช ตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์วัย ความทรงจำในอดีตเรื่องครอบครัวนั้นมีไม่มากนัก แต่ก็ได้ไปร่วมงานศพอันยิ่งใหญ่ของบิดา งานศพของอาเหนี่ยว ดุริยพันธ์ และต่อมาหลังจากที่มารดา คือ นางถวิล นักระนาด ได้เสียชีวิต นางสาวบุปผา นักระนาด ก็ได้เดินทางมาศึกษาต่อในราวปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และต่อมาได้แต่งงานกับนายรังสรรค์ วิจิตรเลขการ และใช้ชีวิตอยู่ ณ สหรัฐอเมริกา ตลอดมา
 
 
ที่มา :

๑. คำบอกเล่าของคุณอามาลี นักระนาด บุตรสาวของนายเผือด นักระนาด เมื่อปี ๒๕๔๖

๒. พูนพิศ อมาตยกุล (เรียบเรียงจาก เอกสารทะเบียนประวัติ กรมศิลปากร)
๓. ส่วนหนึ่งจากความทรงจำของ นางบุปผา วิจิตรเลขการ